บทสรุปสิ่งที่เป็นอยู่ในวันนี้กับสิ่งที่ผ่านมาตั้งแต่เด็กในตอนที่สิ่งต่างๆ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเร็วนัก แต่ทุกสิ่งเปลี่ยนไปตลอดเวลา การได้ค้นพบสิ่งที่รักอาจไม่ใช่ทุกอย่างเห็นปลายทาง เพราะแต่ละคนมีต้นทุนชีวิต และ Environment แวดล้อมที่แตกต่าง ชีวิตจึงต้อง Improvise ไปตามสถานการณ์หรือโอกาสที่เข้ามาในขณะที่พร้อมรับได้ หรือ จำต้องปล่อยจากไปเมื่อไม่พร้อมรับ แต่ทั้งนี้การค้นพบสิ่งที่รักยังเป็นเป้าหมายได้เสมอ แม้หนทางแต่ละคนจะคดเคี้ยวต่างกันไป

Background

ในวันเด็กตั้งแต่เริ่มจำความจำได้ว่า อยากเป็นคุณหมอ เพราะคุณแม่เป็นนางพยาบาล จึงได้เห็นสังคมแวดวงโรงพยาบาล .. โลกใบใหญ่ของเราอยู่ตรงนั้น

โตขึ้นมาหน่อย เริ่มรู้จักคอมพิวเตอร์และชอบ แต่จำได้ว่าอาชีพคุณหมอยังมีในใจอยู่ แต่มีเริ่มมีอารมณ์กับคำว่า “โปรแกรมเมอร์”

ช่วงเอนทรานซ์ ช่วงนั้นพีคสุดเพราะคิดว่านี่คือจุดเริ่มต้นของชีวิตจริง มันคือทุกสิ่ง คือชีวิต เป้าหมายเปลี่ยนไปเป็น “วิศวกร” เหตุผลลึกๆ เพราะดูดีและต่อไปจะได้ทำงานดีๆ เงินเดือนดีๆ

หมอ โปรแกรมเกอร์ วิศวกร เป็นเมนสตรีมความชอบ แต่ระหว่างช่วงต่างๆ ยังมี sub stream ของความชอบแว้บไปแว้บมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สถาปนิก, งานออกแบบ ฯลฯ ไปจนถึงค้าขาย

เพราะ “คอมฯ” เป็นสิ่งที่ทั้งเล่นทั้งทำอยู่ทุกวัน และโชคดีได้มีโอกาสได้ลองโปรแกรมใหม่ๆ จากเมืองนอกมาตั้งแต่ Sinclair zx spectrum, Apple II, PC, Mac Plus/SE และที่บ้านสนับสนุนซื้อคอมฯ ให้ใช้ที่บ้านในยุคนั้นที่คอมฯ ยังไม่ได้แพร่หลายนัก ในขณะคนอื่นเตะบอล ไล่จับ เราอยู่บ้านหน้าคอมฯ .. วัยนั้นจึงขาดๆ หายๆ ไปบ้าง เล่นทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา ตั้งแต่ เกมส์, Beagle Bros, Printshop, Multiplan, Dbase, Foxbase โดยเริ่มเขียนโปรแกรมจริงจังในยุค Apple II โดยมี Beagle Bros เป็นไอดอล

ช่วงเริ่มหาเงินเป็น

เนื่องจากยุคนั้น สื่อมีน้อย คนใช้คอมฯ มีน้อย แต่โชคดีที่ได้เล่นมาก่อนหลายปีแล้ว คอมฯ เริ่มเข้ามามีความสำคัญ เงินก้อนแรกตอน ป.6 ได้จากการสอนคอมภาษาเบสิกพี่สาวคนหนึ่ง และก็รับสอนเรื่อยๆ ที่มีโอกาส จนต่อมาเริ่มซ่อมได้ ประจวบเหมาะกับยุคที่คนเริ่มมีคอมฯ ตามบ้านกันบ้างแล้ว บ้านคุณหมอ บ้านอาจารย์ เมื่อมีคอมฯ ก็มีเรื่องเสีย ก็รับซ่อมคอมฯ ได้เงินไปด้วย ยุคนั้น Hardware ก็ไม่ได้ซับซ้อนนัก หาให้เจอว่าเสียชิ้นไหนก็เปลี่ยนชิ้นนั้น อะไหล่ก็พอหาได้

ปี 1 มหาวิทยาลัย เจอเพื่อนที่เคยเล่นคอมฯ มาด้วยกันตั้งแต่เด็กบนคลื่นวิทยุ CQ CQ ที่นิยมกันมากในยุคนั้น (ไม่รู้หาอะไรมาคุยกัน) เพื่อนชวนไปทำงานพิเศษเป็น “โปรแกรมเมอร์” ที่บริษัทหนึ่งในเชียงใหม่ จึงเริ่มอาชีพตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ Part-time ด้วยเงินเดือน 1,500 บาท เป็นตำแหน่งลูกจ้างครั้งเดียวในชีวิต* เรื่องนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย — ขอทดไว้เขียนเป็นอีกตอน “เป็นลูกจ้างให้คุ้ม”

ด้วยความโชคดีที่บุคลากรทางคอมฯ ยังน้อยมากในยุคนั้น และความรู้ที่เก็บมาเรื่อยๆ ออกดอกออกผลพอดี ได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรให้กับหลายๆ ที่ เช่น งานศึกษาธิการ, โรงเรียน, หน่วยงาน ฯลฯ รับหมดที่รับได้ และยังได้รับเชิญให้ไปเป็นอาจารย์พิเศษสอนที่โรงเรียนคอมฯ หน้ามหาวิทยาลัย ที่บางทีก็มีทั้งเพื่อน, รุ่นพี่, เจ้าของกิจการ มาเป็นนักเรียน เพื่อนๆ เอาไปล้อเล่นในคลาสในมหา’ลัย เรียก อาจารย์ๆ .. แรกๆ ก็เขิน นานไปก็ชิน

งานเขียนโปรแกรมครั้งแรก เป็นงานของหน่วยงานในมหาวิทยาลัย จำได้ว่าใช้ Foxbase+ ไม่มี Harddisk สอดแผ่นเข้าๆ ออกๆ ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ปิดงานมูลค่า 8,500 บาท สำหรับ นศ. ปี 1 .. เงินมันหาง่ายอย่างนี้เองหรือ ??? จึงเปิดธุรกิจแรกอย่างรูปธรรมโดยเป็นเจ้าของเองชื่อ T-Software House ใช้บ้านเป็นออฟฟิซ

ระหว่างนั้นทำหลายอย่าง ทำฟอนต์บน Mac ขาย, โปรแกรมร้านเช่าวีดิโอ, เช่าหนังสือ, ระบบบัญชี ฯลฯ แต่ที่ชอบที่สุดคือทำโปรแกรมคาราโอเกะบน Windows เจ้าแรกๆ ใช้ไฟล์ midi ซื้อจากร้านดนตรี แล้วมาทำหนังอักษร Overlay ซื้อด้วย Video Blaster กับเสียง Roland SCC-1 ขายทั้งระบบพร้อมเพลงใหม่ ซื้อครั้งแรกพร้อมเก็บค่าบริการเติมเพลงรายเดือน … สนุกมาก

ด้วยความเป็นเด็กที่ทำทุกอย่างที่คิดว่าทำได้ เห็นตลาดผ้าปักครอสติชว่าราคาดี ลงทุนนั่งรถทัวร์ไปร้าน Bookchest ที่สยามเพื่อหาหนังสือเรื่อง Graphics File Format ที่ถ้าเป็นตอนนี้ Search ปุ๊บได้เลย เมื่อได้มาแล้วแค่อ่านแต่ละ Pixel จากภาพที่แต่งเป็น Grayscale แล้วออกมาแล้วพิมพ์เป็นสัญลักษณ์ด้วย Font Wingding นับจุดคำนวณไหมที่ต้องใช้ และใช้โรงพิมพ์ที่บ้านพิมพ์หนังสือลายปักที่ทำเองโดยจ้างน้องในมหาวิทยาลัยช่วยออกแบบ ฝากสายส่งเพ็ญบุญขายทั่วประเทศ ได้ทั้งยอดขายหนังสือ ได้ทั้งคนส่งภาพมาทำลายปัก … สนุกมากเหมือนกัน

ยุครุ่งเรือง เมื่อเนื้อหอม ก็มีคนมาชวนไปทำนู่นนี่นั่น จึงได้เปิดร่วมกับหุ้นส่วนที่ชวน เพราะอยากมีหน้าร้านติดถนน และมีคนช่วยวิ่งการตลาด รับงานทั้งซอฟต์แวร์ และ ขายคอมฯ งานเข้ามากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็เป็นจุดเริ่มของบทเรียนความผิดพลาดจากสาเหตุเบสิคคือความไม่รอบคอบเพียงพอ จนไม่สามารถเก็บเงินได้ แต่ก็ผ่านพ้นแก้ให้จบก็ใช้เวลาเกือบ 2 ปี … ถึงจะเจ็บบ้างก็ถือเป็นบทเรียน

นอกจากงานด้านที่ถนัดแล้ว ก็ได้เริ่มเข้ามาเป็นแกนหลักดูแลโรงพิมพ์กิจการครอบครัว จัดระบบจนเข้าที่มากที่สุดตามสไตล์แล้ว แต่ด้วยการแข่งขันแย่งลูกค้าอย่างรุนแรง และไม่ค่อยถนัดด้านขาย และการตลาด จึงพยายามมองให้แท่นพิมพ์เป็น Printer ที่จะพิมพ์งานที่เรา create เอง ไม่ต้องไปแย่งใคร จึงเริ่มทำนิตยสาร, หนังสือ, Free copy มากมายในยุคนั้น พร้อมรับงานพิมพ์ทั่วไปไปด้วย ซึ่งก็แก้โจทย์ให้แท่นพิมพ์ได้หยุดนิ่งน้อยที่สุดแล้ว

คู่ขนานอีกงานคืองาน Digital Video ที่ตอนนั้นกระแส Digital Video มาแรงเลยรีบจับไว้ ลงทุนหาเงินซื้อกล้องใหญ่ MiniDV รับงานถ่ายทำ ตัดต่อ ทำไตเติ้ล ทำเองหมด โปรแกรมคู่ใจตอนนั้นคือ Vegas ตั้งแต่เวอร์ชันแรก เพราะเป็นโปรแกรมที่สร้างกราฟิคแบบมืออาชีพแบบ Software Rendering ไม่ต้องซื้อการ์ดจอตัดต่อแพงๆ แต่งานจบดีเยี่ยมไม่ต่างกัน

เมื่อเวลาผ่านไปพร้อมประสบการณ์และบาดแผล จากงานที่ลงมือเองเริ่มเป็นงานสายคิดและบริหาร ส่วนงานวิชาชีพที่ถนัดและชอบทำ ยังทำเรื่อยๆ เมื่อมีเวลาคือ “Programming” + “Design” ที่รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไปตามกาลเวลาบ้าง ไม่ได้เขียนโปรแกรมเองทั้งหมด แต่เป็นการคิดและค้นคว้า แล้วมีทีมงานช่วยประกอบออกมาเป็นรูปธรรมจนเป็น Product ต่างจากในอดีตที่ “โชว์เดี่ยว” กว่าจะเสร็จ ส่วนงานออกแบบต่างๆ ส่วนใหญ่ยังลงมือเองเกือบ 100% เนื่องจากยังถนัดโปรแกรมชุด Adobe ทั้งหลาย เช่น Photoshop, Illustrator, Indesign, Aftereffect เพราะเมื่อก่อนทำทั้งอาชีพธุรกิจสิ่งพิมพ์ และงานวิดีโอ และงานออกแบบเป็นงานที่ทำเองตรงใจสุด เช่นงานออกแบบโลโก้ บางทีขยับตำแหน่งองค์ประกอบให้ตรงใจเป็นระดับ pixel จุดเดียว ถ้ามือไม่ได้แตะแป้นพิมพ์เองผ่านมือคนอื่นคงรำคาญกันไปข้างหนึ่ง

ณ วันนี้ ทิศทางเป็นอย่างไร?

จาก Employee ลูกจ้าง, Self-Employed ธุรกิจส่วนตัว, Business Owner เจ้าของกิจการ ผ่านมาหมดแล้ว และยังคงทำอยู่ทั้งในมุม Self-Employed และ Owner ได้พยายามใส่ระบบให้ทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง จัดการได้ทุกที่ทุกเวลา วันนี้พยายามโฟกัสไปที่การเป็น Investor ให้มากขึ้นจากการบริหารการลงทุนที่พยายามทำทุกอย่างที่ศึกษาแล้วว่าจะเพิ่มมูลค่าได้จริง ทั้งหุ้น, กองทุน และล่าสุด Vacation Rental ที่พัก Airbnb* ตรงนี้โอกาสต่อไปผมจะเล่าถึงเทคนิคที่ ถ้ารู้เทคโนโลยีเช่น Big Data, SEO ฯลฯ ประกอบด้วยจะช่วยได้มาก

ถ้ามีคนถามว่าทำอาชีพอะไร?

คำตอบคือ “อธิบายนานนะ” #ฮา ผมจึงตอบสิ่งที่ถนัดและครอบคลุมที่สุดให้จบใน 2 วินาทีว่า “ที่ปรึกษาเทคโนโลยีเพื่อธุรกิจ” เปิดแบบนี้ไปก่อน แล้วเมื่อเครื่องหมาย “?” บนใบหน้าพร้อมคำถาม ค่อยอธิบายต่อตามเหมาะสม

สรุปสิ่งที่ได้มาจากการใช้ชีวิต

ถ้าต้องพูดแบบ Oprah Winfrey “What i know for sure” ว่าเรียนรู้มาและมั่นใจเช่นกัน สำหรับการทำงานและใช้ชีวิตให้ดี ซึ่งไม่ได้ซับซ้อนเลย คือ ..

  • “งานคืองาน” ทำให้ดีที่สุด, “ช่วยคือช่วย” ทำให้ดีที่สุดเช่นกัน #แต่ไม่รับเงิน
  • “ความสำเร็จ” คือเป้าหมายที่มีหลายเส้นทางให้ไปถึง ไม่มีเส้นทางลัดและดีเพราะมักทำร้ายผู้อื่นหรือสังคม วางแผนเส้นทางให้ดีรอบคอบ
  • “ขยันค้นคว้า, มุ่งมั่นตั้งใจ และสำคัญสุดคือ ความจริงใจ”

สิ่งต้องระวัง

  • ระวังคนที่ไม่จริงใจที่เป็นอุปสรรคใหญ่ของการมองโลกแง่บวก
  • ต้อง Say “No” ให้เป็นจนติดปาก